Core Web Vitals คืออะไร?
Core Web Vitals เป็นตัวชี้วัดที่บอกค่าประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา โดยจะดูตั้งแต่การโหลดเข้าหน้าเว็บไซต์เลยว่าใช้เวลาเท่าไรจนกว่าหน้าเว็บไซต์จะโหลดเสร็จสมบูรณ์ ในปัจจุบัน Core Web Vitals จะมีเกณฑ์ในการชี้วัดประสิทธิภาพในการใช้งานหลักๆ อยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่
- Largest Contentful Paint (LCP)
- First Input Delay (FID)
- Cumulative Layout Shift (CLS)
โดยเจ้าตัวชี้วัดเหล่านี้จะแสดงให้เราเห็นว่าเว็บไซต์ของเราอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแล้ว ต้องปรับปรุง หรือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่แย่ต้องแก้ไขนะ ไม่งั้นผู้ใช้งานอาจจะไม่รอจนเว็บไซต์โหลดเสร็จแล้วปิดออกไปก่อนก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพของหน้าเว็บไซต์จึงสำคัญ Google ได้บอกเอาไว้ว่า หากผู้ใช้งานเว็บไซต์ใช้เวลาในการโหลดหน้าเว็บเพิ่มขึ้นจาก 1 วินาทีเป็น 3 วินาที อัตราการตีกลับ1 จะเพิ่มขึ้น 32 % และหากใช้เวลาโหลดเพิ่มขึ้นเป็น 6 วินาที อัตราการตีกลับ1 จะเพิ่มขึ้นเป็น 106% เลยทีเดียว จะเห็นว่าการโหลดหน้าเว็บไซต์ช้าลงเพียงหลักวินาทีอาจทำให้เราพลาดโอกาสที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานที่เข้ามาเว็บไซต์ของเราได้ และถ้าเว็บไซต์ของคู่แข่งโหลดเร็วกว่าส่วนนี้ก็อาจเป็นหนึ่งในข้อเปรียบเทียบของผู้ใช้งานในการตัดสินใจที่จะใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราหรือไม่ด้วยก็ได้
1อัตราการตีกลับ = Bounce Rate
เรามาดูหลักการประเมินของตัวชี้วัดแต่ละตัวกันดีกว่า
Largest Contentful Paint (LCP)
LCP จะวัดผลจากระยะเวลาที่ใช้ในการแสดงผลเนื้อหาของเว็บไซต์ส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่มองเห็นได้ในหน้าจอ ตั้งแต่ที่ผู้ใช้งานเรียก URL หน้าเว็บไซต์ขึ้นมาจนโหลดเสร็จสมบูรณ์
First Input Delay (FID)
FID จะวัดระยะเวลาที่ผู้ใช้งานมีการโต้ตอบกับหน้าเว็บไซต์ในครั้งแรก จนถึงตอนที่หน้าเว็บตอบสนองการตอบโต้นั้น การที่ผู้ใช้มีการตอบโต้กับเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น การคลิกลิงค์ การแตะปุ่ม และอื่นๆ
Cumulative Layout Shift (CLS)
CLS จะเป็นผลคะแนนรวมจากการเปลี่ยนแปลงเลย์เอาต์ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดจากทุกๆ ส่วนภายในภายในเว็บไซต์ โดยคะแนนจะเริ่มตั้งแต่ 0 และจะเพิ่มมากขึ้นตามจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงเลย์เอาต์แบบไม่คาดคิด ซึ่งถ้าคะแนนส่วนนี้มีค่ามากกว่า 0 แสดงว่าพบการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิดขึ้นในเว็บไซต์แล้ว และถ้าคะแนน CLS ยิ่งสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งยิ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการเข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเรามากขึ้นเท่านั้น
สรุปเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพเว็บไซต์จากระยะเวลาการโหลดตามตารางด้านล่างนี้
| Good | Poor | Percentile | |
| Largest Contentful Paint | ≤2500ms | >3000ms | 75 |
| First Input Delay | ≤100ms | >300ms | 75 |
| Cumulative Layout Shift | ≤0.1 | >0.25 | 75 |
โดยการประเมินประสิทธิภาพจากเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ google จะเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าชมหน้าหรือทั้งเว็บไซต์ และใช้อัตราอยู่ที่ 75% ของทั้งหมด จากตารางด้านบน จะขอยกตัวอย่างของ LCP ให้ดู ถ้ากรณี 75% ของการเข้าใช้งานของผู้ใช้ทั้งหมด ใช้ระยะเวลาในการโหลดเนื้อหาขนาดใหญ่จนเสร็จน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2.5 วินาที เว็บไซต์ก็จะถูกจัดอันดับอยู่ในเกณฑ์ที่ “ดี” แต่ถ้า 75% ของการเข้าใช้งานของผู้ใช้ทั้งหมด ใช้เวลาตั้งแต่ 3 วินาทีเป็นต้นไป เว็บไซต์ก็จะถูกจัดอันดับอยู่ในเกณฑ์ที่ “แย่” นั่นเอง และถ้าการเข้าใช้งานของผู้ใช้อย่างน้อย 25% จากทั้งหมด อยู่ในเกณฑ์ที่แย่ เว็บไซต์ก็จะถูกจัดอันดับอยู่ในเกณฑ์ที่ “แย่” เลยเช่นกัน
ยังมีตัวชี้วัดค่าอื่นๆ ที่ใช้ในการประเมิน Web Vitals อีก สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ https://web.dev/lighthouse-performance/
เราจะดูรายงาน Core Web Vitals ได้จากที่ไหนบ้าง
จากที่เราเคยใช้งานมาบ้างก็จะมีอยู่ 3 เครื่องมือด้วยกัน ได้แก่

